ประเทศไทยปรับรูปแบบแคมเปญ TEST & GO เริ่มมีผล 1 กุมภาพันธ์นี้

ประเทศไทยปรับรูปแบบแคมเปญ TEST & GO เริ่มมีผล 1 กุมภาพันธ์นี้

พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้เดินทางจากทุกประเทศภายใต้มาตรการรูปแบบใหม่!

 

26 มกราคม 2565 – กรุงเทพ ประเทศไทย

 

รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์โอมิครอนภายใต้มาตรการป้องกันที่รัดกุมในเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับการระบาดครั้งใหม่ของไวรัสโควิด-19 ระหว่างช่วงเทศกาลปีใหม่  ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ออกประกาศหลังการประชุม โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมว่า รัฐบาลได้ให้การรับรองการฟื้นมาตรการเดินทางเข้าประเทศด้วยรูปแบบ Test & Go (เทสต์แอนด์โก) อีกครั้ง และให้มีการขยายพื้นที่ Sand-box (แซนด์บ็อกซ์) จากที่มีอยู่ 4 ถึง 6 พื้นที่ในปัจจุบัน โดยให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทยจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์แล้วสามารถลงทะเบียนในระบบ เทสต์แอนด์โก (Test & Go) ล่วงหน้า 60 วัน ทาง https://tp.consular.go.th/.[1]

ทั้งนี้ได้มีการปรับกฎระเบียบบางส่วนกล่าวคือ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยต้องมีหลักฐานการจองห้องพักโรงแรมในวันที่ 1 และวันที่ 5 พร้อมตรวจ RT-PCR ในวันดังกล่าว ต้องมีหลักฐานการจองโรงแรมที่รวมค่าบริการการตรวจ RT-PCR ให้ครบถ้วนจำนวน 2 ครั้ง โดยระบบการเดินทางเข้าประเทศด้วยรูปแบบ Test & Go (เทสต์แอนด์โก) เดิมได้กำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศตรวจ RT-PCR เพียงครั้งเดียวในวันที่เดินทางมาถึงประเทศไทย.[2]

แนวทางการปฏิบัติของมาตรการเทสต์แอนด์โก (TEST AND GO)

ภายใต้มาตรการใหม่ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยต้องแสดงหลักฐานการจองโรงแรมในวันที่ 1 และวันที่ 5 ในการลงทะเบียนขอเข้าประเทศผ่านระบบ Thailand Pass โดยโรงแรมที่พักดังกล่าวสามารถเป็นโรงแรมที่ต่างกันได้ ซึ่งจะต้องเป็นโรงแรมกักตัวทางเลือกสำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงโควิด-19 (AQ/ASQ) หรือ โรงแรม SHA Plus (SHA+) คือ โรงแรมที่ได้มาตรฐาน “Amazing Thailand Safety and Health Administration” ของการท่องเที่ยงแห่งประเทศไทยที่มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและได้รับการรับรองให้เป็นโรงแรมที่รัฐกำหนดสำหรับเป็นสถานที่กักกันเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19

จากคำประกาศของ ศบค. ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจะต้องลงทะเบียนตรวจหาเชื้อโดยใช้วิธี RT-PCR ในวันแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทยและตรวจซ้ำอีกครั้งในวันที่ 5 หากผลการตรวจเป็นลบสามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทางได้อย่างเสรี ผู้เดินทางเข้าประเทศจะต้องชำระค่าตรวจหาเชื้อโดยใช้วิธี RT-PCR ทั้งสองครั้งล่วงหน้า ส่วนมาตรการที่คงเดิมคือ ผู้เดินทางเข้าประเทศจะต้องมีประกันภัยในวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ และมีผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง ทั้งนี้ ผู้เดินทางเข้าประเทศจะต้องแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ประวัติการติดเชื้อและการได้รับการรักษาหายขาดจากโรคโควิด-19 ในการขอเข้าประเทศผ่านระบบ Thailand Pass[3]

การกลับมาของงานแสดงสินค้าหลังไตรมาสที่ 2

มร. Igor Palka (อิกอร์ เพาก้า) กรรมการผู้จัดการ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค กล่าวว่า“นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการจัดนิทรรศการที่พวกเรารอคอย การฟื้นมาตรการเดินทางเข้าประเทศด้วยรูปแบบ Test & Go (เทสต์แอนด์โก) จะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศหลังจากที่มีการปิดพรมแดนมาเป็นระยะเวลา 18 เดือน การเปิดแคมเปญ Test & Go (เทสต์แอนด์โก) ระยะสั้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2564 ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นอย่างมาก ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะยุติการรอคอยและกลับมาดำเนินธุรกิจงานแสดงสินค้าที่เต็มไปด้วยศักยภาพและการเปิดประตูไปสู่อุตสาหกรรมอื่นในภูมิภาค” มร. อิกอร์ เพาก้า กล่าวต่ออีกว่า “เราหวังว่าจะได้ต้อนรับท่านกลับสู่งานแสดงสินค้าอีกครั้ง เพื่อสานความสัมพันธ์ทางธุรกิจผ่านเครือข่ายของเรา การจับคู่ธุรกิจ ตลอดจนการขยายธุรกิจของท่านกับนักลงทุนทั่วโลก”

ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565, วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ร่วมกับ สมาคมเกษตรกรรมเยอรมัน ประจำประเทศไทย (DLG THAI) จัดงาน AGRITECHNICA ASIA & HORTI ASIA (อกริเทคนิกา เอเชีย และ ฮอร์ติ เอเชีย) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตร พืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และ กล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในระหว่างวันที่ 25 – 27 พฤษภาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพ ภายในงานมีบริษัทที่จะเข้าร่วมมากถึง 300 บริษัทจาก 29 ประเทศ และการประชุมสัมมนากว่า 60 รายการ โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนเร็วๆนี้

นอกเหนือจากธุรกิจทางภาคเกษตรกรรมแล้ว วีเอ็นยูฯ พร้อมที่จะนำเสนองานแสดงสินค้าใหม่ล่าสุด สำหรับอุตสาหกรรมเครือข่ายไร้สาย 5G ภายใต้ชื่องาน BYOND MOBILE (บิยอน โมบาย) มุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยี 5G การสื่อสารไร้สาย บริษัทด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และเครือข่ายของบรรดาผู้ให้บริการที่จะเกิดขึ้นภายในงานนี้ ระหว่าง 8 – 9 มิถุนายน 2565 ณ สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพ

ในไตรมาสที่ 3 อุตสาหกรรมปศุสัตว์และสัตว์น้ำเป็นไฮไลท์ที่สำคัญของไตรมาส นำเสนอผ่านงานแสดงสินค้าทั้ง 4 งานในนานาประเทศ โดยงาน ILDEX Vietnam (อิลเด็กซ เวียดนาม) จะขึ้นระหว่างวันที่ 3 -5 สิงหาคม 2565 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการไซง่อน (SECC) นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ในขณะที่งาน ILDEX Indonesia (อิลเด็กซ อินโดนีเซีย) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมและนิทรรศการอินโดนีเซีย (ICE) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ทั้งสองงานแสดงสินค้าดังกล่าวจะมุ่งเน้นเทคโนโลยีและเครื่องมือสำหรับธุรกิจการผลิตโปรตีนจากสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์แปรรูป ไข่ และระบบการจัดการฟาร์ม ปิดท้ายเดือนด้วยงานแสดงสินค้าจาก ผู้จัดงาน VIV (วิฟ) ภายใต้ชื่องาน Health & Nutrition Asia (เฮลท์ แอนด์ นูทริชัน เอเชีย) กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 7 – 9 กันยายน 2565 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยจะมุ่งเน้นการนำเสนอเทคโนโลยีด้านการดูแลสุขภาพสัตว์และโภชนาการที่เหมาะกับธุรกิจการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะ

นอกจากนั้น วีเอ็นยูฯ ได้ดำเนินแผนการขยายธุรกิจโดยมุ่งเน้นเฉพาะอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงที่มีอัตราการเติบโตที่รวดเร็วอย่างมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเสนองาน Pet Fair South East Asia (เพ็ท แฟร์ เซาท์อีสต์ เอเชีย) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 – 28 ตุลาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพ เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมแบบ B-2-B สำหรับการจัดจำหน่าย การค้าปลีก และการสรรหาวัตถุดิบ

นอกจากนี้ ในระหว่างไตรมาสที่ 3 วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) TCELS และสมาคมการค้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STTA) ยืนยันความพร้อมในการจัดงาน Thailand LAB INTERNATIONAL & Bio Asia Pacific ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้าและแพลตฟอร์มสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชีวภาพในภูมิภาคเอเชีย จัดพร้อมกันกับงาน FutureCHEM INTERNATIONAL แพลตฟอร์มใหม่สำหรับอุตสาหกรรมเคมี ในระหว่างช่วงการจัดงานเดียวกันนี้นั้นทางวีเอ็นยูฯ ร่วมกับ EBC Expo พันธมิตรจากยุโรปร่วมจัดงาน Free From Food Asia (ฟรี ฟรอม ฟู้ด เอเชีย) งานแสดงสินค้าสำหรับผู้ซื้อ ผู้ผลิต และตัวแทนจำหน่ายของอุตสาหกรรมการค้าปลีก มุ่งเน้นภาคธุรกิจอาหารมังสวิรัติ อาหารออร์แกนิค อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารฟรีฟรอม อาหารฟังก์ชัน และอาหารทางเลือก โดย 4 งานแสดงสินค้านี้จะจัดขึ้นพร้อมกันระหว่างวันที่ 14 –  16 กันยายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพ

ในไตรมาสที่ 4 ของปี ปิดท้ายด้วยงานประชุมที่สำคัญอย่าง REDCON ASIA (เรดคอน เอเชีย) งานประชุมและงานแสดงสินค้าของผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการรับมือภัยพิบัติและภาวะฉุกเฉิน อันมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างและผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนที่เข้มแข็งในการรับมือการภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินต่างๆในปัจจุบัน โดยมีกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 7-9 ธันวาคม 2565 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพ

แม้ว่าจะยังคงมีการเฝ้าติดตามสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างใกล้ชิด แต่วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าจัดเตรียมความพร้อมในการจัดงานแสดงนิทรรศการเพื่อต้อนรับผู้เข้าร่วมงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ วีเอ็นยูฯ พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกลูกค้าของเราจากทั่วทุกมุมโลกในการลงทะเบียนเข้าสู่ประเทศไทยผ่านระบบ Thailand Pass เพื่อจัดทุกงานแสดงสินค้าตามแผนธุรกิจที่วางไว้ในปีนี้

ปฏิทินการจัดนิทรรศการและข้อมูลเพิ่มเติม ทาง www.vnuasiapacific.com/#anchor_calendar

######

[1] https://www.tatnews.org/

[2] https://thethaiger.com/hot-news/tourism/test-go-registration-back-on-travellers-can-apply-for-entry-starting-february-1

[3] https://www.nationthailand.com/in-focus/40011319

สื่อมวลชน กรุณาติดต่อ

ฝ่ายสื่อสารการตลาด อีเมล [email protected] โทร. 02-1116611 ต่อ 330

Website: www.vnuasiapacific.com

เกี่ยวกับ บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค

วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค หนึ่งในกลุ่มบริษัทเครือ วีเอ็นยูฯ ดำเนินกิจการด้านการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศต่างๆทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เมืองอูเทร็คท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ นอกจากนั้นมีสาขาในเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และ กรุงเทพ ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติของกลุ่มบริษัท Royal Dutch Jaarbeurs สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท Royal Dutch Jaarbeurs  ได้ร่วมทุนกับ บริษัท TCC Assets ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทชั้นแนวหน้าที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในภูมิภาค ทำให้บริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค ดำเนินกิจการครอบคลุมตลาดเอเชียแปซิฟิกได้อย่างสมบูรณ์ มีการจัดงานแสดงสินค้าและกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งรูปแบบปกติและทางออนไลน์มากกว่า 24 งาน โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมปศุสัตว์ เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร สัตว์เลี้ยง อาหาร เทคโนโลยีห้องปฏิบัติการ, ชีววิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี 5G และ IoT และการจัดการกับภัยภิบัติ

Royal Dutch Jaarbeurs เป็นหนึ่งใน 20 ผู้จัดงานแสดงสินค้าระดับโลก ให้บริการด้านพื้นที่จัดแสดงสินค้าและให้บริการด้านการจัดงานแสดงสินค้าครบวงจร บนพื้นที่มากถึง 100,000 ตารางเมตร ใจกลางเมืองอูเทร็คท์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในส่วนของทางผู้ถือหุ้นไทย บริษัท TCC Assets มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์อื่นๆ ตลอดจนให้บริการธุรกิจครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโรงแรม การให้บริการด้านวิศวกรรม และการให้บริการด้านอื่นๆ  ภายใต้โครงสร้างธุรกิจนี้ทางบริษัท TCC Assets ดำเนินกิจการและบริหารศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ครอบคลุมพื้นที่มากถึง 280,000 ตารางเมตร นับเป็นศูนย์จัดงานแสดงสินค้าและงานประชุมสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์กำลังอยู่ในช่วงปรับปรุงและจะกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปลายปี พ.ศ. 2565 | สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมทาง www.vnuasiapacific.com